ดำเนินงานด้านข่าว  เว็บไซต์  ข่าวประชาสัมพันธ์Google+ แบ่งบันบน Google+   Tweet Tweet   แบ่งบันบนเฟสบุ๊ก   พิมพ์ พิมพ์   
สนพ.ขยายเวลาลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ตามโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาก๊าซ LPG ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

Default Image

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)ขยายเวลาลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ตามโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาก๊าซ LPG ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อให้การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเป็นไปอย่างครอบคลุมมากที่สุด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ลงทะเบียนแล้วติดต่อขอรับบัตรแสดงสิทธิ์ได้ที่ อปท.ที่ลงทะเบียนไว้
 

                      วันนี้ (3 ก.ย.56) เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เชียงใหม่ นายชำนาญ กายประสิทธิ์ พลังงานจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการสัมมนา “ปรับราคาก๊าซ LPG ก้าวที่กล้าพลังงานไทย” ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จัดขึ้นภายใต้โครงการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการปรับราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในรูปแบบของการจัดสัมมนาและนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับก๊าซ LPG  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการปรับราคาก๊าซ LPG  ความคืบหน้าการดำเนินงาน ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการปรับราคาก๊าซ LPG  ของกระทรวงพลังงานให้แก่กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อสถานการณ์ โดยมี รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ และ รศ.สุขุม นวลสกุล ร่วมเป็นวิทยากรบนเวทีสัมมนา

            การปรับราคาก๊าซ LPG  เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการควบคุมราคาก๊าซ LPG เนื่องจากเป็นทรัพยากรภายในประเทศ จึงต้องการให้คนไทยได้ใช้ในราคาถูก แต่จากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกประสบกับความผันผวน และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ การควบคุมราคาก๊าซ LPG จึงถือเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด เพราะทำให้ต่ำกว่าราคาเชื้อเพลิงอื่น ๆ ส่งผลให้การใช้ก๊าซ LPG ในประเทศขยายตัวอย่างมาก และเกิดการใช้อย่างฟุ่มเฟือย ทั้งนี้ ปัญหาจากการควบคุมราคาก๊าซ LPG ส่งผลต่อภาระกองทุนน้ำมัน เนื่องจากรัฐต้องใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการอุดหนุนราคาก๊าซ LPG สร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้น้ำมันที่ต้องถูกเก็บค่าน้ำมันแพงเพื่อนำไปอุดหนุนผู้ใช้ก๊าซ LPG ให้ได้ใช้ในราคาถูก เกิดการลักลอบส่งออกก๊าซ LPG ออกนอกประเทศ เนื่องจากราคาก๊าซ LPG ไทยมีราคาต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และ    มีการลักลอบใช้ผิดประเภทเนื่องจากราคาขายปลีกก๊าซ LPG แต่ละภาคมีราคาไม่เท่ากัน โดยภาคครัวเรือนมีราคาต่ำสุด ทำให้ภาคอื่น ๆ ลักลอบนำก๊าซ LPG จากครัวเรือนไปใช้ เป็นต้น ดังนั้น กระทรวงพลังงานจึงกำหนดแนวทางการปรับราคาก๊าซ LPG ให้เป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนมากขึ้น โดยมีเป้าหมายการปรับราคาในแต่ละกลุ่ม ดังนี้

            ภาคครัวเรือน ราคา ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 อยู่ที่ กิโลกรัมละ 18.13 บาท มีเป้าหมายการปรับราคาเป็น กิโลกรัมละ 24.82 บาท

            ภาคขนส่ง/รถยนต์ ราคา ณ วันที่ 1 กรกาคม 2556 อยู่ที่กิโลกรัมละ 21.38 บาท มีเป้าหมายการปรับราคาเป็นกิโลกรัมละ 24.82 บาท

            ภาคอุตสาหกรรม ราคา ณ วันที่ 1 กรกาคม 2556 อยู่ที่กิโลกรัมละ 29.72 บาท มีเป้าหมายการปรับราคาเป็นกิโลกรัมละ 30.13 บาท

            พลังงานจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลจะมีการปรับราคาก๊าซ LPG แต่ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยอย่างแน่นอน เนื่องจากรัฐได้มีมาตรการที่จะบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปรับราคาขายปลีกก๊าซ LPG  ในครั้งนี้ โดยผู้มีสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือ ประกอบด้วย ครัวเรือนรายได้น้อย ได้แก่ ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือนและผู้ไม่มีไฟฟ้าใช้ทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวน 7.6 ล้านครัวเรือน จะได้รับสิทธิ์ซื้อก๊าซราคาเดิมก่อนมีการปรับราคาได้ ไม่เกิน 18 ก.ก.ต่อ 3 เดือน  และ ร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร ที่มีการใช้ก๊าซ LPG ขนาดถังไม่เกิน 15 กิโลกรัม มีพื้นที่ทำการค้าไม่เกิน 50 ตารางเมตร ซึ่งมีจำนวนประมาณ 5 แสนราย จะได้รับสิทธิ์ซื้อก๊าซราคาเดิม ตามการใช้จริงแต่ไม่เกิน 150 กิโลกรัมต่อเดือน

            สำหรับความพร้อมของร้านค้าก๊าซ LPG ในจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้มีจุดจำหน่ายรองรับประชาชนแล้วประมาณ 700-800 ร้านค้า ทั้งนี้สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ได้เร่งส่งเสริมให้ร้านค้าก๊าซรายย่อยทยอยเข้ามาขอรับใบรับแจ้งมีไว้ครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (ก๊าซ LPG : แบบ ธพ.กจ.2)  เพื่อให้มีจำนวนร้านค้าก๊าซที่พร้อมให้บริการประชาชนครอบครัวประชาชนทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งได้จัดทำบัตรขั้นตอนการใช้สิทธิ์เพื่อให้สามารถพกติดตัวได้ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความยุ่งยากและสร้างความชัดเจนในการกดรหัสขอรับสิทธิ์ในแต่ละครั้งอีกด้วย

            พลังงานจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผู้มีสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือที่ชื่อตกหล่นจากการสำรวจ รอบแรก สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เพิ่มเติมได้โดยไม่มีกำหนด ทั้งนี้ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเป็นไปอย่างครอบคลุมมากที่สุด โดยขอยื่นลงทะเบียนได้ที่ เทศบาล อบต. ในพื้นที่ที่ตนเองพักอาศัย ในส่วนของร้านค้า หาบเร่       แผงลอยอาหาร ยังสามารถลงทะเบียนได้ที่พาณิชย์จังหวัด การค้าภายในจังหวัดหรือพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตามที่อยู่ของผู้มีสิทธิ์ได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนั้นยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ลงทะเบียนแล้วติดต่อขอรับบัตรแสดงสิทธิ์ได้ที่  อปท.ที่ลงทะเบียนไว้


 นำเสนอโดย  ราตรี จักร์แก้ว
 เมื่อ  03 กันยายน 2556 22:51
 จำนวนผู้เข้าชม  7

 
เนื้อหาอื่นๆ ในหมวดนี้ 
» ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ตรวจโกดังข้าวในจังหวัดสงขลา
» สพฐ.รวมพลังคืนความสุขให้คนไทย ที่จังหวัดสงขลา