ดำเนินงานด้านข่าว  เว็บไซต์  ข่าวประชาสัมพันธ์Google+ แบ่งบันบน Google+   Tweet Tweet   แบ่งบันบนเฟสบุ๊ก   พิมพ์ พิมพ์   
ทต.บ้านด่าน จ.สระแก้ว พัฒนาพันธุ์ข้าวและปลูกกล้าไม้ตามพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ทต.บ้านด่าน จ.สระแก้ว

ทต.บ้านด่าน จ.สระแก้ว พัฒนาพันธุ์ข้าวและปลูกกล้าไม้ตามพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ทต.บ้านด่าน จ.สระแก้ว พัฒนาพันธุ์ข้าวและปลูกกล้าไม้ตามพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2556

นางสมพร มโนรัตน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว ได้รับแจ้งจาก นายกเทศมนตรีตำบลบ้านด่าน แจ้งว่า เทศบาลตำบลบ้านด่าน จัดโครงการพัฒนาพันธุ์ข้าวและปลูกต้นกล้า 8,000,000 ต้น ตามพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2556  ขึ้น ในวันที่ 8 สิงหาคม ๒๕๕6 ณ บริเวณแปลงนาสาธิต เทศบาลตำบลบ้านด่าน หมู่ที่ ๖ บ้านกุดม่วง ต.บ้านด่าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีหน่วยงานราชการ หลายหน่วยงานในอำเภออรัญประเทศ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมโครงการ 1,000 คน  เพื่อร่วมกันปลูกกล้าไม้บนพื้นที่แปลงนาสาธิต เทศบาลตำบลบ้านด่าน จำนวน 60 ไร่

นายชิติพัทธ์  แก่นจันทร์  นายกเทศมนตรีตำบลบ้านด่าน แจ้งอีกว่า เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยกฐานะมาจากองค์การบริหารส่วนตำบล  ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ของตำบลบ้านด่าน  อำเภออรัญประเทศ  จังหวัดสระแก้ว  มีเนื้อที่ประมาณ  ๔๒  ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ  ๒๖,๖๐๖  ไร่    มีพื้นที่รับผิดชอบ  ๗ หมู่บ้าน และ  ๑ ชุมชน  มีแหล่งน้ำ ดังนี้คือ คลองพรหมโหด คลองยาง คลองสะเดา คลองหนองขาม และคลองกุดม่วง  ประชากรทั้งสิ้นประมาณ  ๔,๖๕๗  คน  มีความหนาแน่นเฉลี่ย ๑๐๔ คนต่อตารางกิโลเมตร  ประชากรส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตเกี่ยวกับการเกษตร ทำนา ปลูกข้าว และจากพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงประทานให้ปวงชนชาวไทยว่า  “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภัคดีต่อน้ำ..พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า”

คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ประชาชนชาวเทศบาลตำบลบ้านด่านตลอดจนพสกนิกรชาวไทยทุกคน ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงห่วงใยประชาชนชาวไทย ทรงเป็นแม่หลวงแห่งการอนุรักษ์ป่า ประกอบกับในเดือนสิงหาคม เป็นเดือนแห่งการรำลึกถึงพระคุณของแม่  เทศบาลตำบลบ้านด่าน จึงขอน้อมนำเอาพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ  มาเป็นแนวทางในการทำงานเพื่อประชาชน  ดังนั้นเทศบาลฯ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาพันธุ์ข้าวและปลูกต้นกล้า 8,000,000 ต้น ตามพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2556  ขึ้น ในวันที่ 8 สิงหาคม ๒๕๕6 ณ บริเวณแปลงนาสาธิต เทศบาลตำบลบ้านด่าน หมู่ที่ ๖ บ้านกุดม่วง ต.บ้านด่าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีหน่วยงานราชการ หลายหน่วยงานในอำเภออรัญประเทศ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมโครงการ 1,000 คน  เพื่อร่วมกันปลูกกล้าไม้บนพื้นที่แปลงนาสาธิต เทศบาลตำบลบ้านด่าน จำนวน 60 ไร่ ซึ่งกล้าไม้ที่นำมาปลูกมีหลายชนิด  อาทิ  ต้นประดู่ ต้นมะค่า ต้นเป้ง  ต้นยางนา เป็นต้น   โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อ

๑. เป็นการแสดงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเสริมสร้างความสามัคคีของประชาชนทุกหมู่เหล่า

๒. เป็นการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมกับพื้นที่ และส่งเสริมให้เกษตรกรในตำบลบ้านด่านมีพันธุ์ข้าวที่ดี มีคุณภาพ เพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกร

๓.   ขยายพันธุ์ต้นเป้งซึ่งใกล้จะสูญพันธุ์ ให้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไม้กวาดของกลุ่มอาชีพในเทศบาลตำบลบ้านด่าน

๔. รณรงค์ปลูกจิตสำนึก ให้กับประชาชนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  “รักษ์น้ำรักษ์ป่า”

นายชูศักดิ์ ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ประธานในพิธี  แจ้งเพิ่มเติมอีกว่า ในการจัดโครงการของเทศบาลตำบลบ้านด่านครั้งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ซึ่งเป็นแม่หลวงของแผ่นดินไทย เป็นแม่พระแห่งการอนุรักษ์ป่า ถือว่าเป็นโครงการที่สำคัญยิ่ง เพราะเราทุกคนกำลังทำหน้าที่ ที่มิใช่เพียงการดูแลประชาชน แต่หมายถึงการดูแลโลก ดูแลสิ่งแวดล้อม  เพราะป่าไม้นั้นทำหน้าที่อนุรักษ์ดินและน้ำ  ป่าไม้  ดิน และน้ำ ถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็น  ต้องมีความสมดุลและมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด  หากทรัพยากรดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งถูกทำลายสูญเสียไป  ความสมดุลระหว่างกันที่มีอยู่  ย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลง  อนึ่งเช่น การบุกรุกแผ้วถางป่าไม้  อันเป็นทรัพยากรหลักในบริเวณพื้นที่ต้นน้ำลำธารเป็นเหตุให้ผิวดินขาดสิ่งปกคลุม  ในการช่วยรักษาความชุ่มชื้นและช่วยดูดซึมน้ำ ซึ่งจะมีผลให้เกิดน้ำไหลบ่าไปบนผิวดินอย่างรวดเร็ว   จนกัดเซาะพังทลายดินผิวหน้าให้เสื่อมคุณภาพและอาจเกิดปัญหาน้ำท่วมอย่างฉับพลันตอนช่วงฤดูฝน หากในฤดูแล้งลำน้ำลำธารเหล่านั้น กลับขาดแคลนน้ำใช้แม้เพียงเพื่อการอุปโภคบริโภคสำหรับประชาชน  ตามที่ปรากฏให้เห็นในทุกภาคของประเทศไทยในปัจจุบัน

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม  ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก   ดังนั้นการพึ่งพิงธรรมชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญ  หากธรรมชาติถูกทำลายด้วยมือของมนุษย์แล้ว  มนุษย์จะอยู่อย่างไร   ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคน จะต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจังในการอนุรักษ์ธรรมชาติ  ที่มิใช่เพียงการพูด แต่ขอให้พวกเราลงมือทำ  ช่วยกันคนละไม้ละมือ และให้เกิดเป็นรูปธรรม  เป็นการจุดประกายที่สำคัญให้แก่คนไทยทุกคนหันมาช่วยกันปลูกต้นไม้

สมพร มโนรัตน์ /ข่าว/เผยแพร่

@import url(http://contentcenter.prd.go.th/CuteSoft_Client/CuteEditor/Load.ashx?type=style&file=SyntaxHighlighter.css);@import url(/admin/cuteeditor.css);

 นำเสนอโดย  สมพร มโนรัตน์
 เมื่อ  08 สิงหาคม 2556 06:41
 จำนวนผู้เข้าชม  10


 
เนื้อหาอื่นๆ ในหมวดนี้ 
» สพม.เชียงใหม่ มอบรางวัลการประกวดหนังสั้น รณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์
» ม.นอร์ท-เชียงใหม่ เตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 4